วันอังคารที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2556

หินไข่ไดโนเสาร์ เมืองโอมารู ประเทศนิวซีแลนด์



หินไข่ไดโนเสาร์



หินไข่ไดโนเสาร์



หินไข่ไดโนเสาร์ หรือ หินโมรากิ


หินไข่ไดโนเสาร์ ซึ่งมีอายุกว่า 4 ล้านปี ตั้งอยู่บนชายหาดใกล้กับหมู่บ้านชาวประมง ชายฝั่งทางตอนใต้ของ เมืองโอมารู (Oamaruเมืองที่ใหญ่ที่สุดในเขตนอร์ทโอทาโก และเกาะใต้ ประเทศนิวซีแลนด์ 
หินไข่ไดโนเสาร์ หรือ หินโมรากิ เป็นกลุ่ม หินประหลาด ที่เกิดจากปรากฏการณ์ธรรมชาติของหินดินดานที่ถูกคลื่นลมซัด กัดกร่อน กลายเป็นหินทรงกลมขนาดใหญ่ ขนาดเส้นศูนย์กลางประมาณ 0.5 – 1 เมตร และ 1.5 – 2.2 เมตร สร้างความตื่นตาให้แก่ผู้พบเห็น หินไข่ไดโนเสาร์ จึงเป็นส่วนหนึ่งที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวให้มาเยือนหาดแห่งนี้

วันอังคารที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ซาปา ธรรมชาติแดนเหนือ เวียดนาม



ซาปา (Sa Pa) ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศเวียดนาม ในเขตจังหวัดลาวไค ใกล้กับชายแดนจีน ภูมิประเทศตั้งอยู่บนระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,650 เมตร จึงมีอากาศหนาวเย็นตลอดปี ทำให้เพาะปลูกผักผลไม้ได้ดี 
ซาปา เมืองเล็กๆ แห่งนี้เริ่มต้นเป็นเมืองแห่งการพักผ่อน เมื่อฝรั่งเศสซึ่งปกครองเวียดนามอยู่ในขณะนั้น ได้มาสร้างสถานีบนภูเขาขึ้นในปี พ.ศ.2465 จากนั้น จึงเริ่มมีชาวต่างชาติซึงอยู่ในฮานอย มาพักผ่อนในช่วงวันหยุดเป็นประจำ เพราะอากาศดีและเงียบสงบ จนเมื่อนักเดินทางได้รับข่าวและมาเห็นถึงบรรยากาศจริงๆ รวมไปถึงเหล่านักเดินทางจากทั่วโลกก็ได้รับสารเหล่านี้เช่นกัน นั่นจึงทำให้ปัจจุบัน ซาปา ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก 
ถ้ำขลุ่ยอ้อ กุ้ยหลิน ความงามหินงอกใต้บาดาล



ถ้ำขลุ่ยอ้อ กุ้ยหลิน ความงามหินงอกใต้บาดาล
















ถ้ำขลุ่ยอ้อ (Reed Flute Cave) มีชื่อภาษา จีนกลางว่า “หลูตี๋เหยียน” ตั้งอยู่ชานเมืองกุ้ยหลิน อยู่ห่างจากตัวเมืองไปทางตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 5 กิโลเมตรที่มาของชื่อ ถ้ำขลุ่ยอ้อ มาจากของต้นอ้อที่ขึ้นอยู่ด้านหน้าถ้ำเป็นจำนวนมาและในอดีตนิยมเอาต้นอ้อมา ทำขลุ่ย จึงป็นที่มาของชื่อ “ถ้ำขลุ่ยอ้อ” ภายในมีหินงอกหินย้อยงดงามตลอดทาง มีภาพเขียนสีโบราณสมัยราชวงศ์ถัง มีการทำทางเดินและประดับประดาไฟภายในถ้ำ เพื่อให้สามารถชมความงามของหินงอกหินย้อยภายในถ้ำ หินงอกหินย้อยภายในถ้ำแห่งนี้มีชื่อเรียกแตกต่างกันไปตามที่คนในท้องถิ่นตั้งไว้ตามรูปร่างอันวิจิตรตระการตา อาทิ วังแก้วแห่งราชามังกร ที่คล้ายกับเมืองกุ้ยหลินบริเวณแม่น้ำหลีเจียงและหินงอกหินย้อยรูปร่างแปลกๆ อีกมากมายตามแต่จินตนาการแต่ที่เป็นไฮไลท์ที่สุดของถ้ำขลุ่ยอ้อก็คือ “วังบาดาล” ที่เป็นวังน้ำมีหินงอกหินย้อย ทอดเงาตกสะท้อนลงในวังน้ำ ภายใต้แสงไฟสีน้ำเงินที่ส่องประดับ ท่ามกลางโถงถ้ำขนาดใหญ่ ดูแล้ววิจิตรงามดายิ่งนัก ส่วนช่วงสุดท้ายของถ้ำขลุ่ยอ้อก็ถือว่าน่าสนใจยิ่ง เพราะมีกินรูปคล้ายสิงโตตั้งตระหง่านคอยส่งแขก

วันอังคารที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2556




  น้ำพุเทรวี  (อิตาลี: Fontana di Trevi, อังกฤษ: Trevi Fountain') เป็นน้ำพุที่ตั้งอยู่ที่เทรวี
ริโอเนในกรุงโรมในประเทศอิตาลี      เป็นน้ำพุที่มีความสูง 25.9 เมตร (85 ฟุต) และกว้าง 19.8 เมตร (65 ฟุต)และน้ำพุแบบบาโรกที่ใหญ่ที่สุดในกรุงโรม น้ำพุเทรวีตั้งอยู่ตรงทางสามแพร่ง   (tre vie)ที่เป็นจุดจบของสะพานส่งน้ำแวร์จิเน(Acqua Vergine) “สมัยใหม่”, สะพานส่งน้ำเวอร์โก (Aqua Virgo)   และสะพานส่งน้ำของโรมันโบราณ ในปี 19 ก่อนคริสต์ศักราช มีตำนานที่ว่าเจ้าหน้าที่โรมันพบแหล่งน้ำสะอาดราว 13 กิโลเมตร จากตัวเมืองด้วยความช่วยเหลือของสาวพรหมจารี (ภาพนี้ปรากฏอยู่ด้านหน้าของน้ำพุปัจจุบัน)แต่เมื่อสร้างสะพานส่งน้ำขึ้นสะพานก็ยาวถึง 22กิโลเมตร สะพานส่งน้ำ “สะพานส่งน้ำเวอร์โก” นี้ส่งน้ำมายังโรงอาบน้ำของมาร์คัส วิพซานิอัส อกริพพา และใช้เป็นสะพานส่งน้ำสำหรับเมืองโรมเป็นเวลากว่าสี่ร้อยปีการเปลี่ยนวิถีชีวิตของชาวเมืองโรมเกิดขึ้นเมื่อชนกอธที่ล้อมกรุงโรมระหว่างปี ค.ศ. 537 ถึงปี ค.ศ. 538 ทำลายสะพานส่งน้ำ โรมันยุคกลางจึงต้องหันมาใช้น้ำจากบ่อและจากแม่น้ำไทเบอร์ซึ่งใช้เป็นท่อระบายน้ำโสโครกไปด้วย
ประเพณีโรมันคือการสร้างน้ำพุอันสง่างามตรงปลายสุดของสะพานส่งน้ำ   มารื้อฟื้นกันอีกครั้งในคริสต์ศตวรรษที่ 15 ในยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา ในปี ค.ศ.1453 สมเด็จพระสันตะปาปานิโคลัสที่ 5 ก็ทรงซ่อมสะพานส่งน้ำแวร์จิเนเสร็จและทรงสร้างอ่างน้ำพุง่ายๆ  ที่ออกแบบโดยสถาปนิกมนุษย์นิยมลีออน บาตติสตา อัลเบอร์ติเพื่อเป็นการฉลองน้ำที่มาถึง



วันศุกร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2556


สะพานทาวเวอร์บริดจ์





 
สะพานทาวเวอร์บริดจ์ (Tower Bridge)
ตั้งอยู่ข้างหอคอยลอนดอนสร้างขึ้นระหว่างปี ค . ศ. 1886 - 1894 ใช้เวลาสร้าง 8 ปี เพื่อการสัญจรข้ามแม่น้ำเทมส์ ออกแบบสไตล์วิกตอเรียนโกธิก เป็นสะพานแบบเปิดปิดได้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีชื่อเสียงมากที่สุดของประเทศอังกฤษโดยนักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นไปชม ความงามของเมืองลอนดอนได้ที่ระดับ 140 ฟุต มีถนน 18 สายที่ข้ามสะพานนี้สร้าง ขึ้นเหนือแม่น้ำเทมส์ โดยสะพานแห่งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นจุดชมวิว ที่มีความสูงถึง 140 ฟุต เท่านั้น แต่ภายในของฐานสะพานที่ถูกสร้างขึ้นให้มีลักษณะเป็นหอสูง ยังเป็นที่ที่จัดนิทรรศการ เกี่ยวกับประเทศอังกฤษ จนถึงมีจัดแสดงห้องอบไอน้ำสมัยวิกตอเรียนด้วยการเปิดสะพานในแต่ละครั้งจะส่งผลทำให้คนที่ต้องการเดินข้ามสะพานในขณะที่ สะพานชักขึ้นต้องเดินขึ้นบันไดเพื่อไปยังหอคอยด้านบน โดยมีบันไดถึง 300 ขั้นเพื่อไปข้างบน โดยปัจจุบันมีทัวร์เดินชมสะพานนี้โดยใช้เวลาในการเดินชมประมาณ 90 นาที รวมถึงเวลาในการชมวิวทิวทัศน์บนทางเท้าที่สูงถึง 40 เมตร โดยทางเข้าเพื่อขึ้นบันไดจะอยู่ทางใต้ของท่าเรือทางเหนือ

อินเตอร์ลาเคน  (Interlaken) สวิตเซอร์แลนด์
อินเตอร์ลาเคน  (Interlaken) สวิตเซอร์แลนด์, ยุโรป
เมืองอินเตอร์ลาเคน  (Interlaken) ตั้ง อยู่ที่เหนือระดับน้ำทะเล 570 เมตร (1,870ฟุต) อยู่ระหว่าง 2 ทะเลสาบ คือ ทะเลสาบเบรียนซ์ (Lake Brienz) และ ทะเลสาบทูน (Lake Thun) พื้นที่ส่วนใหญ่ของเมืองมักถูกโอบล้อมไปด้วยภูเขา ทุ่งหญ้า ทะเลสาบ และสวนผลไม้  อีกทั้งยังเป็นทางขึ้นยอดเขาที่จะทำให้คุณเห็นธารน้ำแข็งซึ่งได้รับการขึ้น ทะเบียนเป็นมรดกโลก นอกจากนี้ยังเป็นจุดที่สามารถมองเห็นยอดเขา 3แห่ง คือ ยอดเขาจุงฟราวน์ (Jungfrau) ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดคือ 4,158 เมตร ยอดเขา Monch มีความสูง 4,099 เมตร และยอดเขา Eiger มีความสูง 3,970เมตร สถานที่ตากอากาศชั้นนำส่วนใหญ่ในถิ่นที่เรียกกันว่า Bernese Oberland จึงตั้งอยู่บริเวณ 3 เขานี้ ทิวทัศน์แถบนี้จึงบริสุทธิ์และสวยงามเกินคำบรรยาย ทำให้เป็นสถานตากอากาศที่นักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกชื่นชอบมากที่สุด จึงไม่แปลกที่จะเรียกได้ว่า "สวยเหมือนเมืองในฝัน"

วังน้ำเขียวสวิตเซอร์แลนด์แดนอีสาน



วังน้ำเขียวสวิตเซอร์แลนด์แดนอีสาน

วังน้ำเขียวสวิตเซอร์แลนด์แดนอีสาน

สถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ใกล้กรุงเทพอีกแห่งที่มีบรรยากาศเย็นสบายตลอดปี ไม่ต่างจากดินแดนในภาคเหนือ ก็คือวังน้ำเขียวเมืองแห่งการท่องเที่ยวอีกแห่ง ที่คุณสามารถเดินทางไปสัมผัสได้ทั้ง 3 ฤดู และเป็น 3 สีสันที่แตกต่าง คุณสามารถเดินทางมาท่องเที่ยวที่สถานที่ท่องเีที่ยวในเมืองนี้ได้ตลอดปี โดยเฉพาะหน้าฝนที่พร่างพรมความชุ่มฉ่ำไปทั่ว ขับรถใกล้ ๆ มาท่องเที่ยววังน้ำเขียว สีเขียวของผืนป่าปกคลุมไปทั่ว สมแล้วที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในแหล่งโอโซนที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลกด้วยลักษณะทั่วไปของวังน้ำเขียวที่เป็นภูขาสูงต่ำแบบลูกคลื่น สลับกับที่ราบกว่าร้อยละ 90 ของพื้นที่ทั้งหมด และมีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางเฉลี่ยอยู่ที่ 200 – 700 เมตร ทำให้อำเภอวังน้ำเขียวมีสภาพอากาศที่ค่อนข้างเย็นสบาย แม้ในฤดูร้อนยังมีอุณหภูมิสูงสุดเพียงแค่ 30 องศาเซลเซียสเท่านั้น นอกจากนี้เมื่อถึงฤดูหนาวสถานที่ท่องเีที่ยวแห่ง นี้ก็เย็นสบายไม่หนาวจัดจนเกินไป อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 9 องศาเซลเซียส ประกอบกับฤดูฝนที่ฝนนตกติดต่อกันมายาวนานถึง 5 เดือน ตั้งแต่มิถุนายน – ตุลาคม ทำให้วังน้ำเขียวมีสภาพอากาศที่เย็นสบายตลอดปี จึงเป็นที่มาที่ทำให้สถานที่ท่องเีที่ยวแห่งนี้ได้ถูกเรียกขานว่า “สวิตเซอร์แลนด์แดนอีสาน”